เสียดายแทนอุรุกวัย

    ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา ถือว่าน่าเสียดายแทนทีมชาติอุรุกวัยเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ด้วยการเก็บชัยชนะได้ทั้ง 3 นัดในรอบแรก จากการเอาชนะทีมชาติอิยิปต์ในนัดแรก 1-0 จากการโขกประตูชัยของโฮเซ่ คิมิเนซ ปราการหลังดาวรุ่งของทีม และนัดที่ 2 ก็เฉือนเอาชนะซาอุดิอาราเบียมาได้อีก 1-0 จากการทำประตูของหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งของทีม และนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มที่พวกเขาเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม และเอาชนะทีมชาติรัสเซียไปอย่างขาดลอย 3-0 โดยทั้งหลุยส์ ซัวเรซ และเอดินสัน กาวานี่ คู่กองหน้าระดับพระกาฬของทีมสามารถทำประตูได้ทั้งคู่ ทำให้ผ่านเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มเอ และไขว้ไปพบกับทีมชาติโปรตุเกสที่จบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มบี ซึ่งพวกเขาก็เริ่มต้นเกมได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่หลุยส์ ซัวเรซเปิดให้กาวานี่โหม่งเข้าไป หลังจากนั้นก็ถูกเปเป้ กองหลังโปรตุเกสตีเสมอ 1-1 ซึ่งถือเป็นประตูแรกที่ทีมชาติอุรุกวัยเสียในฟุตบอลโลกด้วย แต่สุดท้ายเป็นเอดินสัน กาวานี่ที่มาทำประตูชัยให้ทีมได้สำเร็จ แต่กองหน้าวัย 31 ปีดันได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดนี้ด้วย

จากการเอาชนะทีมชาติโปรตุเกสผ่านเข้ารอบมาได้ ทำให้อุรุกวัยเก็บชัยชนะได้ทั้ง 7 นัดในการลงแข่งปี 2018 และไปพบกับทีมชาติฝรั่งเศสโดยเสียประตูในปี 2018 เพียงลูกเดียวจากเปเป้นัดก่อนหน้านี้เท่านั้น ทำให้พวกเขามีความมั่นใจทีเดียว แต่ว่าสิ่งสำคัญคือพวกเขาขาดเอดินสัน กาวานี่ กองหน้าตัวเก่งจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่บาดเจ็บจนไม่มีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนั้นด้วยซ้ำ และเป็นคริสเตียน สตัวนี่ลงมาเล่นแทน แต่ก็ไม่สามารถทดแทนกันได้ สุดท้ายจึงฟ่ายไป 0-2 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย และน่าจะเป็นการคุมทีมครั้งสุดท้ายของออสก้าร์ วอชิงตัน ตาบาเรซ กุนซือที่มีอายุ 71 ปีแล้ว ซึ่งถือว่าน่าเสียดายมากเพราะเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกในรอบปีของอุรุกวัย แต่กลับต้องตกรอบในที่สุด โดยนัดต่อไปของทีมชาติอุรุกวัยคือในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ที่จะเป็นเกมอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติเม็กซิโกที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ และก็อุ่นเครื่องกับทีมชาติบราซิลในวันที่ 11 กันยายนนี้ โดยจุดแข็งของทีมชาติอุรุกวัยยุคนี้ก็คือการมีกองหน้าระดับเทพอย่างหลุยส์ ซัวเรซ และเอดินสัน กาวานี่เป็นทีเด็ดในแดนหน้า