เยอรมันในบอลโลก

    สิ่งที่เกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนจนถึงจบทัวร์นาเม้นต์ มีเกิดเรื่องที่น่าสนใจ และน่าประหลาดใจมากมาย หนึ่งในนั้นที่เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวขานจากแฟนฟุตบอลทั่วโลกก็คือการที่ทีมชาติเยอรมันต้องตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลกหนนี้นั่งเอง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานกว่า 80 ปีแล้ว หลังจากที่เขาเข้าร่วมในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1934 โดยคว้าอันดับ 3 มาครองได้ แต่ปี 1938 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ทีม “อินทรีย์เหล็ก” ตกรอบแรกในฟุตบอลโลกหนนั้น และนับตั้งแต่นั้นมาพวกเขาไม่เคยตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกเลย จนกระทั่งมาถึงฟุตบอลโลก 2018 นี่เอง

ทีมชาติเยอรมันถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากเป็นแชมป์เก่าจากศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล ที่พวกเขาทำผลงานได้อย่างสุดยอด และเคยถล่มทีมชาติบราซิลในทัวร์นาเม้นต์นั้นถึง 7-1 ด้วย และศึกคอนเฟเดเรชั่นส์ คัพเมื่อกลางปีที่แล้วพวกเขาก็ยังสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จอีกด้วย ถึงแม้โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันจะเรียกผู้เล่นชุด 2 ที่เป็นดาวรุ่งซะส่วนใหญ่ในศึกครั้งนั้นก็ตาม แต่พวกเขาก็เอาชนะคว้าแชมป์มาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก รวมถึงในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรป ทีมชาติเยอรมันพวกเขาก็สามารถเก็บชัยชนะได้ทุกนัดอีกด้วย ทำให้พวกเขายังเป็นเต็งแชมป์ในครั้งนี้อย่างไม่มีใครต้องสงสัย แต่ก็พอเริ่มมีเค้าลางที่ไม่ค่อยดีในช่วงปี 2018 ที่พวกเขาอุ่นเครื่องมา 3 นัดแต่ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย ทั้งเสมอทีมชาติสเปน และแพ้ให้กับทีมชาติบราซิล กับทีมชาติออสเตรียด้วย แล้วถึงมาชนะทีมชาติซาอุดิอาราเบียได้ในการอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้น

และพอทัวร์นาเม้นต์เริ่ม พวกเขาต้องพบกับทีมชาติเม็กซิโก ที่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดสำหรับเพื่อนร่วมกลุ่มเลยก็ว่าได้ และพวกเขาก็โดนเกมสวนกลับของเม็กซิโกเล่นงาน จนพ่ายไป 0-1 ยังดีที่นัดต่อมาพวกเขาพลิกสถานการณ์จากการตามหลังทีมชาติสวีเดนก่อน แต่กลับมาเอาชนะได้ในช่วงท้ายเกม 2-1 จากฟรีคิกเปลี่ยนจุดของโทนี่ โครสส์ในช่วงท้ายเกม แต่นัดสุดท้ายพวกเขากลับทำงามใส้ เมื่อพ่ายให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ 0-2 และต้องตกรอบแรกในที่สุด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คงจะโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง รวมถึงอาจจะโทษการเรียกตัว และจัดตัวนักเตะของโยอาคิม เลิฟก็ได้