สมควรทุกประการ

   เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพตกเป็นของทีมชาติฝรั่งเศส ที่สามารถเอาชนะทีมชาติโครเอเชียได้ในนัดชิงชนะเลิศ 4-2 โดยเล่นกันได้อย่างสนุกในระดับหนึ่งทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นแชมป์ที่เหนือความคาดหมายพอสมควร หากวัดจากก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากพลพรรค “ตราไก่” ถูกมองว่ายังไม่ใช่ของจริง และยังไม่นิ่งพอจากตอนที่พวกเขาผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง แต่ดันไปพ่ายให้กับทีมชาติโปรตุเกสคาบ้านในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งๆ ที่นัดนั้นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ บาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ต้นครึ่งแรก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถคว่ำโปรตุเกสลงได้ จนพลาดท่าแพ้ในช่วงต่อเวลาจนได้ ทำให้ฟุตบอลโลกหนนี้ถูกมองข้าม และไม่ค่อยมีใครเชื่อมือดิดิเย่ร์ เดช็องส์ด้วย

แต่พอทัวร์นาเม้นต์เริ่มต้นขึ้น พวกเขาก็ค่อยถูกพูดถึงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบรรดาทีมชาติชั้นนำที่ถูกมองว่าเก่งนักเก่งหนา กับทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ และไม่ดีเท่าที่คิด และต่างเริ่มทยอยตกรอบกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมชาติเยอรมัน ที่เป็นเต็ง 2 ก่อนเริ่มรายการ จนมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พวกเขาต้องพบกับอีก 1 ทีมเต็งอย่างทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่ด้วยปัญหาที่มากมายของทีม “ฟ้าขาว” ทั้งในเรื่องตัวกุนซือ แผนการเล่น และการจัดตัวนักเตะลงสนามที่ผิดพลาด ทำให้ฝรั่งเศสเอาชนะไปได้ 4-3 และรอบ 8 ทีมสุดท้ายพวกเขาก็ยังเก็บอีก 1 ทีมจากอเมริกาใต้ได้ คือเอาชนะอุรุกวัยได้ 2-0 และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ทำให้ตอนนั้นพวกเขากลายเป็นเต็ง 1 ทันที เนื่องจากทีมชาติบราซิลก็ดันพ่ายต่อเบลเยี่ยมตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแล้ว และฝรั่งเศสก็ยังเฉือนเบลเยี่ยมอีก 1-0 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ และนี่ก็เป็นเส้นทางของทีมแชมป์ฟุตบอลโลกปีล่าสุด

หากมองจากรายชื่อนักเตะจะเห็นได้ว่าพวกเขามีพร้อมทุกตำแหน่ง ทั้งประสบการณ์และความสดจากดาวรุ่ง และยังมีคู่กองกลางที่แข็งแกร่งอย่างปอล ป็อกบา และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ คอยคุมจังหวะเกม และตัวสำรองสามารถเปลี่ยนลงสนามแทนตัวจริงได้อย่างไม่ขัดเขิน ซึ่งคุณภาพไม่ต่างกันมากนัก เรียกได้ว่าทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้เล่นได้ทั้งบู๊ และบุ๋น คือจะบุกเอาประตูก็ทำได้ดี หรือจะตั้งรับพวกเขาก็เหนียวแน่น และยังมีเกมโต้กลับที่อันตราย ทำให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้เหมาะสมกับการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ทุกประการ